# Error Code 0x8024502d
สิ่ง ที่สร้างปัญหาในการอัพเดตวินโดวส์อย่างหนึ่งนั้น มาจากโปรแกรม Proxy และ Firewall ซึ่งหากคุณตั้งค่าการทำงานไม่รอบคอบละก็ คอมพิวเตอร์ของคุณอาจเข้าสู่บางเว็บไซต์ไม่ได้เลย รวมทั้งการอัพเดตไฟล์ของวินโดวส์เช่นกัน

# Error Code 0x80070002
เป็น ความผิดพลาดของข้อมูลที่อยู่ในโฟลเดอร์ DataStore ซึ่งไม่ตรงกับไฟล์อัพเดตที่ดาวน์โหลดมา วิธีแก้ไขให้รันโปรแกรม service.msc จากหน้าต่าง Run แล้วไปที่รายการ Automatic Updates service คลิ้กขวาแล้วเลือก Stop เพื่อหยุดการทำงานชั่วคราว จากนั้นให้พิมพ์ %windir%SoftwareDistribution ที่หน้าต่าง Run เพื่อเข้าถึงโฟลเดอร์ DataStore ที่เก็บอยู่ในนี้ ให้เปิดโฟลเดอร์ขึ้นมาและลบข้อมูลทั้งหมดทิ้ง และอย่าลืมกลับไปเปลี่ยนสถานะของ Automatic Update service ให้เป็น Start เหมือนเดิมด้วย

# Error Code 0x800A138F
หากหน้าจอแสดง ความ ผิดพลาดด้วยรหัสแบบนี้ขึ้นมา เมื่อกำลังใช้งานโปรแกรม Netop อยู่นั้น ให้ลองเข้าไปเปิดไฟล์ Update.log ก็จะพบว่ารหัสที่แสดงขึ้นมาเป็น 00×80070057 แทน แต่อย่างไรก็ตาม มันคือความผิดพลาดอย่างเดียวกัน ส่วนวิธีแก้นั้นมีเพียงอย่างเดียวที่ทำได้คือ เข้าไปดาวน์โหลดไฟล์แก้ไขของโปรแกรม Netop ได้จากเว็บไซต์ http://www.netop.com/tech/download/fix/fixwinup.exe

# Error Code 0x80070422
วินโดวส์ ใช้บริการผ่าน Background Intelligent Transfer Service (BITS) ในการรับส่งข้อมูลผ่านแบนด์วิดธ์ของเน็ตเวิร์กที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งรหัสความผิดพลาดนี้ก็มาจาก BITS ถูกยกเลิกการทำงานและเกิดขัดข้อง ให้เข้าไปเปลี่ยนค่า Start ของ BITS ที่อยู่ใน Properties ให้เป็น Manual แทนค่าเดิม แต่ก่อนหน้านั้นคุณต้องเปิดโปรแกรม services.msc จากหน้าต่าง Run เสียก่อน

# Error Code 0x80240030
เป็นข้อผิดพลาด ที่ เกิดขึ้นเพราะความพยายามของคุณในการอัพเดตวินโดวส์ผ่าน VPN ซึ่งระบบ Automatic update ของวินโดวส์ รวมทั้งเว็บไซต์ที่ให้บริการไม่สนับสนุนฟังก์ชัน VPN นี้ ซึ่งทำงานของ Auto proxy เองไม่ได้จับเอาไฟล์ wpad.dat มาใช้กำหนด URL ที่เป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน ดังนั้น ไม่ต้องอัพเดตผ่าน Proxy และพยายาม เชื่อมต่อกับเว็บไซต์อัพเดตในขณะที่เครื่องไม่มีการทำงานผ่าน VPN

# Error Code 0x80248011
ปัญหา นี้มาจากอินเทอร์เน็ตแคชเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจมีข้อมูลไม่สมบูรณ์ถูกฝังไว้และยังคงทำงานอยู่ รวมทั้งมีไวรัสต่างๆ ติดอยู่กับไฟล์แคชเหล่านี้ด้วย ให้คุณลบไฟล์ Temp Internet  Cookies  Clear History และรวมทั้งDelete all offline content ด้วยเพื่อลบสิ่งแปลกปลอมรวมทั้ง ข้อมูลที่ผิดพลาดออกไปให้หมด

# Error Code 800c0008
Windows media player มีปัญหาขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถพรีวิวไฟล์ .wmv ผ่านHotmail ได้ จึงรายงานความผิดพลาดขึ้นมา แนะนำให้คุณใช้วิธีการ Save Target As ของไฟล์ .wmv เอาไว้ในฮาร์ดดิสก์ก่อน เพราะบางครั้งเซิร์ฟเวอร์ของ Hotmail อาจมีปัญหาจึงไม่สามารถพรีวิวไฟล์เหล่านี้ได้

# Error Code 80040154
หาก คุณกำลังเปิดไฟล์ AVI  MPEG/MPG WMV และไฟล์เดียอื่นๆ แล้วปรากฏว่ามีรายงานความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมา นั่นก็หมายความว่า Codec (Coder/Decoder) ของโปรแกรมเล่นไฟล์มีเดียได้รับความเสียหาย โดยคุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ Codec ในฟอร์แมตต่างๆได้จากเว็บไซต์ของผู้พัฒนาโปรแกรมนั้นๆ มาติดตั้งลงไปใหม่ได้ซึ่งในระหว่างที่คุณกำลังสำเนาเพลงจากแผ่นซีดีมาเก็บ ไว้ในฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม Windows Media Player นั้น ปรากฏว่ามีโค้ดความผิดพลาด “c00d11cd” แสดงขึ้นมา สาเหตุก็เพราะว่าโปรแกรม Windows Media Player ไม่สามารถเขียนข้อมูลที่มาจากแผ่นซีดีลงในฮาร์ดดิสก์ได้นั่นเอง โดยความผิดพลาดส่วนใหญ่จะมาจากไฟล์ encoding ที่ชื่อว่า “wmadmoe.dll” ซึ่งเป็นไฟล์ของวินโดวส์ไม่ตอบสนองการทำงานในระหว่างการสำเนาซีดี วิธีแก้ไขคือ ต้องติดตั้งไฟล์รีจิสทรีนี้ลงไปใหม่ เข้าไปที่เมนู Start -> Run พิมพ์ regsvr32 wmadmoe.dll แล้วกด Ok เพื่อรันคำสั่ง แต่ถ้าใช้วิธีนี้แล้วไฟล์ยังคง error เหมือนเดิม ให้เข้าไปที่เมนู Start -> Run พิมพ์ sfc/scannow เพื่อสแกนซ่อมแซมไฟล์ระบบที่เสียหายทุกๆ ไฟล์ หลังจากสแกนเสร็จแล้วให้ลองสำเนาซีดีอีกครั้ง

# Error Code 8004022f
รหัส ความผิดพลาดนี้มาพร้อมกับข้อความ “Invalid File Format” โดยโปรแกรม Windows media player เป็นผู้แจ้งขึ้นมา สาเหตุจากโปรแกรมไม่สนับสนุนไฟล์มีเดียดังกล่าว รวมทั้งตัว Codec ของโปรแกรมพยายามที่จะทำงานกับไฟล์เหล่านั้นด้วย วิธีแก้ปัญหา หากเป็นไฟล์มีเดียที่โปรแกรมไม่รู้จัก ให้ติดตั้ง Plug-jn หรือ Codec ลงไปคุณอาจต้องติดตั้ง DirectX และ Windows media player ลงไปใหม่อีกครั้ง เพื่อช่วยแก้ปัญหาไฟล์ระบบและโปรแกรมที่ได้รับความเสียหาย

# Error Code 0x00000024
ข้อ ผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเพราะไฟล์ Ntfs.sys ได้รับความเสียหาย ทำให้ระบบอนุญาตให้ดิสก์ที่ฟอร์แมตด้วย FAT16 และ FAT32 สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงไปในดิสก์ที่ฟอร์แมตด้วย NTFS ได้ วิธีแก้ให้เปิดหน้าต่าง Command ขึ้นมาและพิมพ์ตำสั่ง chkdsk drive:/f แนะนำให้สแกนดิสก์โดยเลือก Scan for and attempt recovery of bad sector หลังจากที่ใช้คำสั่งนี้ด้วย

# Error Code 0x10ff0800
ระหว่าง ที่ใช้พรินเตอร์ สแกนเนอร์อยู่นั้น หากเกิดข้อผิดพลาดในการทางานกับพอร์ตขนานในโหมด ECP ซึ่งตอนนี้พรินเตอร์ สแกนเนอร์ ที่เชื่อมต่อกับพีซีผ่านพอร์ตขนานจะทำงานในโหมด EPP เท่านั้น ให้เข้าไปเลือกในไบออสตรง Parallel port setting จากโหมด ECP ไปเป็น EPP แนะนำถ้าพรินเตอร์มีพอร์ต USB ให้เชื่อมต่อกับพีซีผ่าน USB จะสะดวกที่สุด และไม่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกด้วย

# Error Code 0x0000003F
ใน ระหว่างที่มีการจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่ แต่ระบบกลับพบว่ามีพื้นที่ไม่ต่อเนื่องจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บนดิสก์ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ เปิดโปรแกรม regedit จากหน้าต่าง Run เข้าไปที่ HKEY_LOCAK_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSession ManagerMemory Management ดับเบิลคลิ้กที่ PagePoolSize และใส่ค่าเป็น ‘0’ ดับเบิลคลิ้กที่ SystemPages ให้ใส่ค่า 40000 ลงไปสำหรับระบบที่มีแรม 128MB และค่า 110000สำหรับระบบที่มีแรมอยู่ระหว่าง 128-256MB

# Error Code 0x00000077
เป็น ความผิดพลาดที่ระบบไม่สามารถอ่านข้อมูลจาก Virtual memory มาไว้ที่หน่วยความจำหน่วยความจำหลักได้ ซึ่งอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์มี Bad sector หรือมีไวรัสฝังตัวอยู่ สำหรับวิธีแก้นั้น ให้รันโปรแกรมตรวจจับไวรัสที่ตำแหน่ง boot sector ด้วย และหากฮาร์ดดิสก์ของคุณฟอร์แมตด้วยระบบไฟล์แบบ NTFS ให้รัน chkdsk /r/k ที่ดอส Command เพื่อตรวจสอบความผิดพลาดด้วย

# Error Code 0x00000079
เมื่อ เฟิร์มแวร์ของACPI ถูกแก้ไขค่าภายใน ผลที่ตามมาคือรหัสความผิดพลาดที่แสดงอยู่นี้ และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ มีการก๊อบปี้ไฟล์ระบบผิดพลาดระหว่างขั้นตอนการ Repair วินโดวส์ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการสลับกันระหว่างไฟล์ Ntoskrnl.exe กับ Ntkrnlmp.exe โดยไฟล์อันแรกจะใช้ในระบบที่เป็นโพรเซสเซอร์เดี่ยว และไฟล์หลังใช้กับระบบที่เป็นมัลติโพรเซสเซอร์ วิธีแก้ไขอาจใช้การก๊อบปี้ไฟล์ที่ถูกต้องจากแผ่นซีดีติดตั้งวางลงไปใน โฟลเดอร์ของวินโดวส์ได้เช่นกัน

# Error Code 0x0000007A
บ่อย ครั้งที่ปัญหานี้มักเกิดขึ้นจากพารามิเตอร์ I/O Status code ซึ่งบ่งบอกถึงการทำงานร่วมกันระหว่างดิสก์และคอนโทรลเลอร์ไม่คอมแพตทิเบิล กัน รวมทั้งเฟิร์มแวร์ และไดรเวอร์ของอุปกรณ์ด้วย การแก้ปัญหานั้นคุณสามารถติดตั้งไดรเวอร์ คอนโทรลเลอร์ที่ไม่ใช่ของวินโดวส์ได้เช่นกัน ให้บูตด้วยแผ่นซีดีติดตั้ง เมื่อถึงหน้าจอพรอมพ์ ให้กดปุ่ม F6 เพื่อเป็นการเลือกไดรเวอร์ คอนโทรลเลอร์ของฮาร์ดดิสก์ ( ATA/SCSI) ที่ต้องการได้เอง

# Error Code 0x0000002E
สาเหตุ ของความผิดพลาดนี้มาจาก “Data bus error” นั่นเอง ซึ่งหน่วยความจำหลักไม่สามารถแมปแอดเดรสของ L2 แคช วิดีโอเมมโมรี รวมทั้งหน่วยความจำของบอร์ดเข้าด้วยกันได้ (ความผิดพลาดของหน่วยความจำ) ทำให้เมื่อมีอุปกรณ์ต้องการอ้างถึงแอดเดรสเหล่านี้จึงไม่สามารถทำได้ วิธีแก้ให้ใช้โปรแกรมประเภท Diagnostic ตรวจสอบหน่วยความจำ เมื่อพบตัวที่เสียให้เปลี่ยนออกไปและแทนที่ด้วยของใหม่

# Error Code 0x0000007F
รหัส ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุ 3อย่าง คือ ซอฟต์แวร์มีปัญหาฮาร์ดแวร์ไม่ตอบสนอง และเคอร์เนลโหมดทำงานผิดพลาด ถ้ามันเกิดขึ้นหลังจากการติดตั้งฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ลงไป ให้คุณตรวจสอบดูไดรเวอร์ และรัน Diagnostic เพื่อตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์และหากมาจากการโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกาของ ระบบ ก็ให้เซตค่ากลับมาเหมือนเดิม แล้วรัน Diagnostic อีกครั้ง

# Error Code 0x000000C2
หาก ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นระหว่างการอัพเดตวินโดวส์ สาเหตุอาจมาจากความไม่เข้ากันของไดรเวอร์อุปกรณ์บางตัว เซอร์วิสที่เปิดรันอยู่ขณะนั้น แอนตี้ไวรัส หรือยูทิลิตี้สำหรับแบ็กอัพข้อมูล สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อหยุดปัญหาก็คือ Remove ซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ที่เป็น Third-party ของอุปกรณ์ที่น่าจะสร้างปัญหาออกไปก่อนซึ่งอาจรวมทั้งการ Uninstall โปรแกรมแอนตี้ไวรัสด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นจึงค่อยติดตั้งลงไปเหมือนเดิม

# Error Code 0X000000BE
สาเหตุ ความผิดพลาดนี้มาจากมีไดรเวอร์ของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์บางตัวพยายาม เขียนข้อมูลลงไปยังพื้นที่หน่วยความจำที่ใช้อ่านได้เพียงอย่างเดียว การแก้ไขให้เข้าไปดูใน Device manager ว่ามีรายชื่อของอุปกรณ์ตัวใดมีสถานะเป็น Disable บ้างให้ Remove ออกและติดตั้งใหม่ให้ถูกต้อง เพราะอาจลงเวอร์ชันผิดได้เช่นกัน หากเป็นซอฟต์แวร์ที่มีผลต่อระบบอย่างมาก แนะนำให้แบ็กอัพข้อมูลของคุณไว้ด้วยทุกครั้ง

# Error Code 0x0000007B
เป็น ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อวินโดวส์ไม่สามารถเข้าถึงพาร์ทิชันของระบบ ได้ในระหว่างการบูต สาเหตุก็มาจากคุณได้ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ลงไป และบังเอิญไดรฟ์ที่บูตได้ก็ไม่ใช่ Primary partition อย่าง C: ทำให้ระบบจดจำฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ที่ติดตั้งลงไปแทน วิธีแก้ให้เปิดไฟล์ Boot.ini หรือไปที่ Boot Manager แล้วแก้ไขตำแหน่ง ไดรฟ์ที่ใช้บูตให้ถูกต้อง

# Error Code 0x0000009F
ถ้า รายงานความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นระหว่างที่ชัตดาวน์ระบบ นั่นก็หมายความว่า ส่วนที่จัดการ “Power state” ไม่ตอบสนองต่อคำสั่งปัญหานี้มาจากทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ และโปรแกรม ถ้ามันเกิดขึ้นหลังจากที่ติดตั้งโปรแกรม หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงให้ Remove ออกแล้วรัน Diagnostic เพื่อตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดแวร์ระบบ เมื่อเสร็จแล้วให้ลองติดตั้งลงไปใหม่ดูว่าเกิดปัญหาอีกหรือไม่

# Error Code 0x000000CE
การ์ด แสดงผลที่มีฟังก์ชันของ TV Tuner หรือ Video capture อยู่ด้วย อาจเกิดความผิดพลาดเช่นนี้ได้เมื่อกำลังเข้าสู่เดสก์ทอปของวินโดวส์ หากคุณใช้ไดรเวอร์แสดงผลที่เป็นของวินโดวส์ 2000 แทน XP แล้วละก็ โอกาสความผิดพลาดนี้ก็จะมีสูงขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อแก้ปัญหาคือ Remove ไดรเวอร์ตัวเก่าออก แล้วลงไดรเวอร์ที่ถูกต้อง ( XP) รวมทั้งให้ติดตั้ง DirectX ที่เป็นเวอร์ชันใช้งานบน XP ด้วย

# Error WMP.DLL
หาก พบความผิดพลาดนี้ก็แสดงว่าคุณไม่สามารถใช้ Windows media player เปิดไฟล์วิดีโอได้ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากมีไฟล์ wmp.dll มากกว่าหนึ่งเวอร์ชันในโฟลเดอร์โปรแกรม ให้พิมพ์ C:windowsinfunregmp2.exe/UpdateWMP ที่หน้าต่าง Run เพื่อเคลียร์ไฟล์ .dll เวอร์ชันที่ถูกต้องให้กับโปรแกรมหากปัญหาหนักขึ้นถึงขั้นรีจิสทรีของไฟล์ .dll นี้เสียหาย ให้ติดตั้งรีจิสทรีลงไปใหม่อีกครั้งโดยใช้คำสั่ง regsvr32 wmp.dll

# Error WMPDXM.DLL
สาเหตุนั้นเกิดขึ้นในตอนที่ คุณติดตั้งโปรแกรม Windows Player9 หรือ 10 ลงไปในเครื่องที่มีโปรแกรมนี้ในเวอร์ชันก่อนอยู่แล้ว และข้อความ “Explorer has caused an error in WMPDXM.DLL” แสดงขึ้นมา นั้นก็หมายความว่า เกิดความผิดพลาดกับไฟล์ “WMPDXM.DLL” สิ่งที่เราต้องทำคือติดตั้งมันลงไปใหม่โดยพิมพ์ regsvr32 msdxm.ocx ที่หน้าต่าง Run กด Enter จากนั้นพิมพ์ regsvr32 dxmasf.dll ลงไปแล้วกด OK อีกครั้ง หากว่า IE ยังคงค้างอยู่หน้าจอเดิม ให้เปิดหน้าต่าง Run ขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ regsvr32 wmp.dll ลงไปแล้วกด OK จากนั้นก็พิมพ์ regsvr32 wmpdxm.dll ลงไปแล้วทำซ้ำแบบเดิมอีกครั้ง

ขอบคุณ sb.in.th สำหรับข้อมูล EROR CODER