ลองอ่านดูนะเผื่อ Error Code เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเครื่องของท่านและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง..

# Error Code 0x0000000A
สำหรับ รหัสความผิดพลาดตัวแรกนี้ โดยปกติแล้วจะเกิดจากไดรเวอร์บางตัวที่เข้าไปใช้ตำแหน่งแอดเดรสของหน่วยความ จำไม่ถูกต้อง รวมทั้งการไม่ สนับสนุนกันระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และตัวซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ ด้วย หากความผิดพลาดนี้ถูกแจ้งขึ้นมาระหว่างการติดตั้งวินโดวส์นั้น ให้เข้าไปปิดฟีเจอร์ Plug & Play  All Shadowing  Bios virus protection และ All Caching ในไบออส ถ้าอุปกรณ์บางชิ้นของคุณเก่าเกินไป แนะนำให้เข้าไปที่เว็บ http://www.microsoft.com/hclเพื่อ ตรวจสอบรายชื่อของฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการ รับรองจากไมโครซอฟท์ด้วย แต่ถ้าความผิดพลาดนี้ เกิดขึ้นหลังจากใช้งานวินโดวส์ให้คุณปิดโปรแกรม Antivirus แล้วเลือกบูตด้วยแผ่นติดตั้งวินโดวส์ เพื่อซ่อมแซมไฟล์ด้วยตัวเลือก “R” และอย่าลืมใช้ฟีเจอร์ Roll back driver ระหว่างขั้นตอนนี้ด้วย

# Error Code 0x000000EA
ความผิด พลาดนี้มักเกิดขึ้นตอนที่คุณเล่นเกมหรือ ใช้โปรแกรมดูหนังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะผู้ใช้การ์ดแสดงผลของ nVIDIA และติด ตั้งไดรเวอร์ Nv4.sys ลงไป จะเกิดปัญหานี้ขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ไปที่ Device Manager และดูว่าภายใต้หัวข้อ Display adapters มีรายชื่ออุปกรณ์มากกว่าหนึ่งตัวหรือไม่ถ้ามีให้ลบตัวที่ไม่ได้ใช้ออกไป และให้เข้าไปดาวน์โหลดไดรเวอร์ของชิปดังกล่าวจากเว็บไซต์ nVidia มาติดตั้งใหม่อีกครั้ง

# Error Code 0x0000001E
รหัส ความ ผิดพลาดนี้จะขึ้นมาระหว่างการติดตั้งวินโดวส์ หากคุณเผลอไปรีสตาร์ตเครื่องตอนที่โปรแกรมติดตั้งกำลังทำงานอยู่ละก็ อาจเกิดความผิดพลาดนี้ได้ ส่วนใหญ่จะมีปัญหากับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ไม่พอเพราะไม่สามารถเขียนไฟล์ แบ็กอัพหลังเกิดความผิดพลาดเกินไปได้ วิธีแก้ปัญหาให้ติดตั้งวินโดวส์ลงไปใหม่ในดิสก์ที่มีเนื้อหาที่ว่างพอ อัพเดตไบออสด้วยหากเมนบอร์ดของคุณใช้ไบออสที่มีเวอร์ชั่นเก่าเกินไป

# Error Code 0x000000ED
ปัญหา นี้เกิดขึ้นได้บ่อยกับ IDE ดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS แล้วอนุญาตให้ทำดิสก์แคชบนฮาร์ดิสก์ได้ โดยรูทีนที่ใช้ทำ Caching บนดิสก์ เกิดความผิดพลาดในการเขียนข้อมูลที่นอกเหนือลงไปบนพื้นที่สงวนดังกล่าว การแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจใช้คำสั่ง chkdsk /rจากหน้าต่าง Recovery console ( บูตจากซีดีแล้วเลือกคำสั่ง “R” เพื่อเปิดหน้าต่าง Recovery) และถ้าหากคุณใช้ Service Pack เวอร์ชันเก่า แนะนำให้อัพเดตเป็นตัวใหม่ทันที

# Error Code 0x000000D1
หาก คุณกำลังสั่งชัตดาวน์เครื่องขณะที่มีอุปกรณ์ USB เชื่อมต่อหรือกำลังทำงานอยู่ อาจเกิดข้อความแสดงความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมา เพราะ OHCI (Open Host Control Interface) ที่ควบคุมการโอนถ่ายข้อมูลของอุปกรณ์ USB ทำงานผิดพลาด ซึ่งถ้าเครื่องของคุณติดตั้ง Service Pack 2 ของวินโดวส์ เอ็กซ์พี ให้ข้ามข้อนี้ไปได้เลยแต่สำหรับผู้ที่ยังใช้ Service Pack 1 และต้องการแก้ไขเฉพาะส่วนนี้เท่านั้น ให้ดาวน์โหลดไฟล์อัพเดตของ usbohci.sys ได้จากเว็บไซต์ http://support.microsoft.com/kb/322389/EN-US

# Error code 0xc000026C/ 0xc0000221
เมื่อ คุณรีสตาร์ตเครื่องใหม่ และพบข้อความ “ Unable to load device driver” พึงเข้าใจไว้เลยว่ามาจาก Error code ทั้งสองตัวนี้ สาเหตุนั้นมาจากไฟล์ device driver (.sys) ของอุปกรณ์ได้รับความเสียหายหรือไม่พบไฟล์เหล่านี้ วิธีแก้ไขให้บูตเครื่องจากแผ่นแล้วให้ซ่อมแซมไฟล์ (‘R’) พิมพ์ cd windowssystem32drivers ที่หน้าต่าง Recvery และให้แก้ไขชื่อไฟล์ไดรเวอร์ที่ได้รับความเสียหายโดยพิมพ์ ren drivername.sys drivername.bak (drivername คือชื่อไฟล์ไดรเวอร์ที่ได้รับความเสียหาย) จากนั้นก๊อบปี้ไฟล์ไดรเวอร์จากแผ่นซีดีติดตั้งตั้งลงไปโดยพิมพ์ copy cd-rom:i386 drivername (cd-rom: คือไดรเวอร์ที่ติดตั้งซีดีรอม)

# Error Code C00D1199
เป็น รายงานความผิดพลาดจากโปรแกรม Windows media player ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับไฟล์ออดิโอหรือไฟล์มีเดียโดยไฟล์มีเดียดัง กล่าวอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรมรวมทั้งตัว Codec ที่ใช้คลายสัญญาณบีบอัดของ Windows Media Player ก็อาจไม่รองรับกับอัลกอริทึมที่ใช้ในการบีบอัดไฟล์เหล่านั้นได้ ทางแก้ที่ง่ายทีสุดคือ ติดตั้ง plug in เพิ่มลงไป หรืออัพเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุดก็ได้เช่นกัน

# Error Code -182
รหัส ความผิดพลาด –182 (“timeout”) นี้จะเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย ซึ่งไม่มีสัญญาณตอบรับหรือขาดการเชื่อมต่อไปเรียบร้อยแล้ว คุณจะพบรายงานความผิดพลาดนี้ได้จากการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ในเวลาที่ระบบกำหนดไว้ หรือโปรแกรมพวก ftp ที่คุณใช้โอนถ่ายข้อมูลก็เช่นเดียวกัน ปัญหานี้มาจากระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น จนไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีนั่นเอง

# Error Code 0x0000007B
ปัญหา นี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ย้ายฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งวินโดวส์ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ เพราะเมื่อเปิดเครื่องปุ๊บ สักพักก็จะปรากฏรหัสความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมา สาเหตุที่เราไม่สามารถถอดฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งวินโดวส์จากเครื่องหนึ่ง ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ก็เพราะเป็นข้อกำหนดของวินโดวส์ เอ็กซ์พี ที่จะไม่ตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ทั้งระบบ วินโดวส์ต้องการไดรเวอร์ของเมนบอร์ด ชิปเซต และข้อมูลโปรไฟล์สำคัญของอุปกรณ์ pug & play ที่แต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตอุปกรณ์เหล่านั้น ถ้าคุณต้องการใช้วินโดวส์จริงๆ ก็ควรเตรียมฮาร์ดแวร์ให้เหมือนของเดิมทุกประการ เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วครับ

# Error Code 0x0000009F
ถ้า คุณพบรายงานแจ้งเกี่ยวกับ “ driver Power State Failure” นั่นก็หมายความว่า ส่วนจัดการเปลี่ยนโหมดการใช้พลังงานของพีซีและโน้ตบุ๊กได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะมักเกิดขึ้นกับไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการรับรองจากไมโครซอฟท์ วิธีตรวจสอบให้ใช้คำสั่ง sigverif จาก Start->Run เพื่อเปิดยูทิลิตี้ File Signature Verification ขึ้นมาตรวจสอบไดรเวอร์ของอุปกรณ์ หลังจากนั้นให้อัพเดตโปรแกรมตรวจจับไวรัสและสั่งสแกนเพื่อค้นหาไฟล์ไดรเวอร์ แปลกปลอมที่อาจถูกสร้างขึ้นมาจากไวรัสได้

# Error Code 0x00000050
ความ ผิดพลาดนี้เกิดขึ้นจากมีการอ้างตำแหน่งพื้นที่ของหน่วยความจำที่ผิด ซึ่งเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนที่นอกเหนือจากการใช้งานปกติ ทำให้ระบบแจ้งความผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุด ให้ถอดอุปกรณ์ล่าสุดที่คุณเพิ่งติดตั้งลงไปแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา จากนั้นเสียบลงไปใหม่และลงไดรเวอร์แล้วสั่งรัน Diagnostic เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง หากในรายการอุปกรณ์จาก Device Manager ขึ้นสถานะ Disable แล้วละก็ ให้ติดต่อกับทางผู้ผลิต

# Error Code 0x000000A0
เมื่อ คุณสั่งวินโดวส์ เอ็กซ์พีเข้าสู่โหมดจำศีล (hibernate) เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ปรากกว่ามีหน้าจอ บลูสกรีนแสดงขึ้นมาพร้อมรหัสแสดงความผิดพลาด นั่นก็หมายความว่า ไดรเวอร์ของ Atapi ไม่สามารถจัดการกับฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในสภาวะ time-out ได้ในระหว่างขั้นตอน hibernation ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นกับเครื่องที่ติดตั้งวินโดวส์ เอ็กซ์พี SP1 แต่ถ้าคุณอัพเดตเป็น SP2 แล้วละก็ อาการที่ว่านี้จะได้รับการแก้ไขเรียบร้อย

# Error Code 0x8ddd0010
เป็น รหัสแสดงความผิดพลาดของ “windows update error” ในระหว่างที่คุณคลิ้กลิงก์ในเว็บไซต์เพื่อจะอัพเดตไฟล์ ปรากฏว่าวินโดวส์ เอ็กซ์พี (SP2) แจ้งความผิดพลาดที่เกี่ยวกับ “http error ** (ผมโดนหลอกให้สมัคร อย่าไปทำ) ***”  “Internal server error” และ error code ดังกล่าวขึ้นมา พร้อมทั้ง IE ขึ้นแถบสีเหลืองแสดงอาการบล็อก Pop-up วิธีแก้ไขคือ เปิด IE ขึ้นมา ไปที่เมนู Tools กดที่ตัว Pop-up Blocker และเลือกที่ Pop-up Settings จากนั้นพิมพ์ http://v5.windowsupdate.microsoft.com ลงไปในช่องอนุญาตเว็บไซต์ที่จะไม่ถูกบล็อก Pop-up คลิ้ก Add เพื่อเพิ่มรายการลงไป และกดปิดหน้าต่างก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

# Error Code 0x8ddd0018
ความ ผิดพลาดนี้อาจเกิดขึ้นเพราะ BITS ( Background Intelligent Transfer Service) ถูกยกเลิกการทำงาน ซึ่งจะแสดงขึ้นมาตอนที่โปรแกรมติดตั้ง XP SP2 กำลังรัน แต่ถูกยกเลิกกลางคันด้วย error code ที่ว่านี้ วิธีแก้ไขคือ ให้รัน services.msc หน้าต่าง Run คลิ้กขวาที่รายการ Automatic update แล้วเลือก Properties ที่ช่องของ Startup ให้เลือกเป็น Automatic และกด Apply สังเกตที่ช่อง Status หากเป็น Stopped ให้คลิ้กเลือกเป็น Start ได้จากเมนู Action และทำเช่นเดียวกันนี้กับรายการของ Background Intelligent Transfer Service เพียงแต่ที่ช่อง Startup ให้เลือกเป็น Manual แทน

# Error Code 0x800a0046
เป็นหนึ่งในความผิด พลาดที่เกิดขึ้นกับ “Windows update” ส่วนสาเหตุนั้นมีหลายอย่าง แต่ขอยกเรื่องของ ‘User Account’ มาเป็นตัวอย่าง หากยูสเซอร์ ล็อกออนเข้าระบบผ่าน Guest หรือผ่านแอ็กเคานต์ที่จำกัดผู้ใช้งานแล้วสั่งอัพเดตวินโดวส์ก็จะพบกับปัญหา ที่ว่านี้ วิธีแก้ control admintools ในหน้าต่าง Run เลือกที่รายการ Computer Management ขยายโฟลเดอร์ LocalUsers and Groups แล้วเลือกที่ Users จากนั้นเปิดแอ็กเคานต์ที่ใช้เข้าสู่ Windows update ที่แท็บ Member Of ให้ลบรายชื่อแอ็กเคานต์ที่ไม่ได้ใช้ออกไป

# Error Code 0x800a138f
สำหรับ รหัสความผิดพลาดนี้ มาจากการกระทำของไวรัสที่ชื่อ MSBLast ได้เข้าไปแก้ไขข้อมูลบางอย่างในเว็บไซต์อัพเดตหลัก ทำให้บราวเซอร์ IE ของเราใช้การดาวน์โหลดไฟล์ผ่าน SSL (HTTPS) แทนที่จะเป็น Active X จนเกิดความผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ ให้ลบไฟล์ Temp ของอินเตอร์เน็ต และ Clear History จากหน้าต่าง Internet Options ของ IE

# Error Code 0x800b0004
รหัส ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อการอัพเดตไฟล์วินโดวส์ไม่สำเร็จ คือมีการดาวน์โหลดมาแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ การแก้ปัญหานั้น ให้เข้าไปที่เว็บไซต์อัพเดตของไมโครซอฟต์ แล้วกดยอมรับ Microsoft Trust Certificate ที่แสดงขึ้นมา ปรับค่า Internet Security ให้เป็น Medium จากหน้าต่าง Internet Option รวมทั้งลบไฟล์ Temp ของอินเตอร์เน็ตด้วย หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ติดตั้งไฟล์รีจิสทรีที่เป็นของ Digital Signatures (.dll) ทับลงไปอีกครั้ง โดยเปิดหน้าต่าง Command จาก Run แล้วพิมพ์คำสั่งดังนี้
Net start cryptsvc (กด Enter)
Regsvr32 softpub.dll (กด Enter)
regsvr32 wintrust.dll (กด Enter)
regsvr32 initpki.dll (กด Enter)
regsvr32 dssenh.dll (กด Enter)
regsvr32 rsaenh.dll (กด Enter)
regsvr32 gpkcsp.dll (กด Enter)
regsvr32 sccbase.dll (กด Enter)
regsvr32 slbcsp.dll (กด Enter)
regsvr32 cryptdlg.dll (กด Enter)
จากนั้นให้รีบูตเครื่องใหม่ แล้วลองเข้าเว็บอัพเดตวินโดวส์อีกครั้งโดยสั่งให้ระบบ Automatic Update ทำงาน

# Error Code 0x80072ee2
ปัญหา นี้เกิดจาก Host file ในเครื่องคุณไม่สามารถแม็ปเข้ากับ IP แอดเดรสของเว็บไซต์ได้ ซึ่งเป็นการทำงานของ DNS ที่ต้องใช้ Host file ดังกล่าว หาที่อยู่ของเว็บไซต์จริงๆ ให้กับเว็บบราวเซอร์ของคุณ ให้ใช้ Notepad เปิด Host file ขึ้นมา โดยไฟล์นี้อยู่ที่พาธ C:WindowsSystem32Driversetc เลือกเปิดแบบ All file จากนั้นให้ลบบรรทัดที่มีรายการเกี่ยวกับ Windows Update ปรากฏอยู่ เช่น http://v4.windowsupdate.microsoft.com ให้เซฟไฟล์ทับลงไป และรีบูตเครื่องใหม่

# Error Code 126
เป็น รหัสความผิด พลาดที่มาจาก “Cryptographic Service” ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการบนวินโดวส์ เอ็กซ์พี ที่จะดูแลความถูกต้องของฐานข้อมูล ไฟล์ต่างๆ รวมทั้งโฟลเดอร์ทั้งหมดที่อยู่ใน C:WINDOWSsystem32CatRoot2 ออกให้หมด เปิดหน้าต่าง Command ขึ้นมา เพื่อใช้งานยูทิลิตี้ sfc /scannow เพื่อสแกนตรวจสอบไฟล์สำคัญอย่าง cryptui.dll และ certcli.dll หากมีความผิดพลาดโปรแกรมจะให้ใส่แผ่นเซตอัพวินโดวส์ เพื่อก๊อบปี้ไฟล์ทั้งสองลงใหม่

# Error Code 643
เป็น หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ระหว่างการอัพเดตวินโดวส์ถ้าพบ Error 643 แสดงขึ้นมา ให้แก้ไขได้โดย เปิดหน้าต่าง Command และพิมพ์คำสั่งดังนี้
del/q “%SystemRoot%”System32Catroot2Edb.log
ซึ่ง เป็นการลบดาต้าเบสไฟล์ของตัวอัพเดตทิ้ง โดยวินโดวส์จะสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งเมื่อมีการทำงานของ Automatic Update เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์

# Error Code 0x80072f8f
เป็นความ ผิด พลาดที่เกิดขึ้นจากการตั้งค่าตัวเลือก Date/Time ของ SSl ( Secure Socket Layer) ซึ่งแอพพลิเคชันบางตัวอ้างอิงวันและเวลาจาก SSL ในการทำงาน การแก้ไขนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกที่นาฬิกา เพื่อเปิดหน้าต่าง Properties ขึ้นมาที่แท็บ Time Zone ให้เลือกโซนของเวลาให้ถูกต้อง

# Error Code 0x8007007e
ปัญหา นี้มักเกี่ยวข้องกับบั๊กที่อยู่ใน Micrsoft Parser (MSXML) ซึ่งแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ใช้บริการ MSXML ด้วยแต่อาจมีบางโปรแกรมที่ได้ถูกรีจีสอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาเวลาอัพเดตไฟล์แต่ละครั้ง วิธีแก้นั้น ให้เปิดหน้าต่าง Command ขึ้นมาและพิมพ์คำสั่ง regsvr32 msxml3.dll

# Error Code 0x80090006
ถ้า error นี้เกิดขึ้นระหว่างที่มีการโคลนนิ่งบูตพาร์ทิชั่นจากฮาร์ดดิสก์ลูกหนึ่ง นั่นก็แสดงว่า วินโดวส์ เอ็กซ์พี ได้ตรวจพบฮาร์ดแวร์ของทั้งสองเครื่องไม่ตรงกัน ถึงแม้คุณจะมีอุปกรณ์ภายในยี่ห้อเดียวกันหมดก็ตาม แต่วินโดวส์จะกำหนด ID ให้กับฮาร์ดแวร์ในระบบทุกชิ้น ซึ่งก็อาจจะใช้ข้อมูล Serial number ของอุปกรณ์มาร่วมด้วย ทำให้การย้ายวินโดวส์ไปใช้เครื่องอื่นมีข้อผิดพลาดขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำคือใช้ออปชัน Repair เข้ามาช่วยในการตรวจสอบอุปกรณ์และไดรเวอร์ใหม่อีกครั้งแต่ทางที่ดีควรลงใหม่ เลยดีกว่า

# Error Code 0x8024402c
มีการซ้อนทับค่าบาง ตัว ของ Proxy Setting ที่ใช้สำหรับตั้งค่าการทำงานให้กับการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก ทำให้เกิดข้อผิดพลาดนี้ขึ้นระหว่างการอัพเดตไฟล์ สำหรับการแก้ไขนั้น ให้เข้าไปลบอักษรทั้งหมดที่ปารกฏอยู่ในช่อง Exceptions section โดยจากหน้าต่าง Internet Options ให้เลือกที่แท็บ Connections->Lan Setting->Advanced เพื่อเปิดหน้าต่าง Command ขึ้นมา และพิมพ์ proxycfg –d แล้วตามด้วย Enter พิมพ์คำสั่ง net wuauserv กด Enter อีกครั้ง และพิมพ์ net start wuauserv ตามด้วย Enter เป็นครั้งสุดท้าย

ขอบคุณ sb.in.th สำหรับข้อมูล EROR CODER