Keyword เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้บล็อกหรือเว็บไซต์ของเราถูกค้นพบได้โดยง่าย เพราะในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บนโลก Internet ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้ keyword ในการค้นหา เช่นถ้าคุณสนใจเรื่องการทำ Blogger คุณก็อาจจะใช้คำค้นว่า Blogger ,สอนทำ Blogger หรือวิธีสร้าง Blogger เป็นต้น

Algorithm ของ Search Engine เองก็ให้ความสำคัญกับ keyword เช่นกัน โดยจะเก็บสถิติการค้นของคำต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาซึ่งข้อมูลที่เก็บไว้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำ SEO ทั่วไป หรือสำหรับผู้ที่ทำ Internet Marketing เช่น PPC (Pay Per Click) Amazon Affilate ก็หยิบจับสถิติเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ Search Engine เองก็จะตีความเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์หรือบล็อกเองได้ยากถ้าในเนื้อหาหรือใน หน้าของเว็บไซต์หรือบล็อกนั้น ๆ ไม่มีความ Density (ความหนาแน่น) ของ Keyword เพียงพอ และจะส่งผลสืบเนื่องต่ออันดับการค้นหาที่ไม่ดีไปด้วย

แบบไหนจึงจะเรียกว่า Keyword?

keyword ในเรื่อง SEO นั้นไม่ได้หมายถึงคำทั่ว ๆ ไป แต่เป็นคำหรือวลีที่ผู้คนใช้ค้นหาข้อมูลเมื่อต้องการบางอย่าง เช่นเพลง สินค้า ความรู้ ดารา วิธีแก้ปัญหา เป็นต้น และไม่จำป็นต้องเป็นคำที่มีความหมายเสมอไป เช่น ลองนึกถึงตัวเราเอง เวลาที่ค้นข้อมูลบางครั้งเราก็ใช้คำผสมกันแบบมั่ว ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการค้นหาที่ใกล้เคียงที่สุด

ตัวอย่างเช่น ผมสนใจฟุตบอลโลก 2014 ผมก็ใช้คำค้นว่า ฟุตบอลโลก 2014 เป็น keyword ในการค้นข้อมูล  ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นบางอย่างในหน้า 1 ของ Google คือรูปด้านล่าง

ทำบล็อก สร้างบล็อก แต่ง blog

ทำให้เราเห็นชัดเจนว่า Keyword ไม่จำเป็นต้องเป็นคำที่มีความหมาย ขอเพียงผสมออกมาแล้วตรงกับการค้นหาของผู้ค้นเท่านั้น

เราจะเลือก Keyword ที่เหมาะสมได้อย่างไร?

สมมติว่าผมสนใจเรื่องเกมส์เป็นอย่างมากและรู้เรื่องเกมส์ดีพอสมควร ก็เลยคิดสร้างบล็อกที่เกี่ยวกับเกมส์ขึ้นมา  โดยที่ไม่ได้รู้ข้อมูลก่อนว่า ใน Keyword คำว่า เกมส์ นั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก และคู่แข่งที่อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหานั้นมีความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ทุกคน บล็อกเกมส์ที่ผมสร้างจึงไม่เคยมาอยู่ในหน้า 1-5 ของ Google เลย แม้ว่าจะทำการโปรโมทอย่างเต็มที่ ขยันเขียนบทความอย่างเต็มความสามารถแล้วก็ตาม

นี่คือตัวอย่างที่ผมสมมติให้ดูว่าถ้าเราทำเว็บไซต์หรือบล็อกโดยไม่ให้ความ สำคัญกับ Keyword เลยโอกาสที่จะทำบล็อกแล้วประสบความสำเร็จนั้นก็มีน้อยมาก  ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เราต้องเรียนรู้การทำ Keyword research

Keyword research คือ?

Keyword research เป็นกระบวนการในการสร้างหรือเลือก Keyword ที่ดีที่สุดและเหมาะที่สุด ที่จะนำมาโปรโมทเว็บไซต์ บล็อก หรือสินค้า ให้ได้เปรียบคู่แข่งและอยู่ในอันดับการค้นหาที่ดีที่สุด

กระบวนการ Keyword research ตามสไตล์ Mr.Hackublog

ขั้นที่ 1 ตั้งวัตถุประสงค์การทำเว็บไซต์ บล็อก และเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ถ้าคุณจะทำเว็บไซต์เพื่อโปรโมทสินค้า ก็ระบุชื่อ รุ่น รายละเอียด สินค้า จะขายให้ใคร คนกลุ่มไหน ทำให้ชัดเจน เพราะความชัดเจนนี้จะนำไปสู่การเลือก Keyword อย่างมาก

ขั้นที่ 2 เลือก Keyword จากวัตถุประสงค์การทำเว็บไซต์และกลุ่มเป้าหมายในข้อ 1 ให้ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้
2.1  กรณีเป็น Keyword ที่คุณสร้างเอง
บางท่านอาจจะสงสัยว่าเราสร้าง Keyword เองได้ด้วยหรือ ได้แน่นอนครับ ให้ใช้หลักการง่าย ๆ คือ มองแนวโน้มอนาคต เช่นหนัง Harry Protter ภาคใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครพูดถึงเลย ซึ่งต่อไปในอนาคตจะมีคนพูดถึงแน่นอนคุณก็เอามาสร้างเป็น Keyword ได้

อีกตัวอย่างหนึ่งถ้าคุณใช้ผลิตภัณของโทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อที่กำลังจะเปิดตัว แต่ยังไม่ถูกกล่าวถึง คุณก็สามารถเขียนถึงและสร้าง keyword ที่เป็นชื่อผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกมาได้

การสร้าง keyword เองนี่แหละครับ ที่เขาเรียก keyword ทองคำ เพราะตอนที่คุณใช้ keyword นี้ยังไม่มีคู่แข่ง หรืออาจจะมีแต่น้อยมาก ประกอบกับ Algorithm ของ Search Engine ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Fresh content และ Original Content อยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้คุณสามารถติดหน้าแรก Google ได้อย่างสบาย ถ้าต่อไปสินค้านี้เกิดดังขึ้นมาก็เตรียมตัวรับทรัพย์ได้เลย

2.2 กรณีที่เป็น Keyword ที่ได้จากการหา
ก่อนอื่นคุณก็จะต้องแหล่งที่ช่วยหา keyword เสียก่อน และควรจะรู้วิธีว่าจะหา Keyword ได้อย่างไร?
แหล่งหา Keyword อย่างง่าย

https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal
https://adwords.google.com/select/TrafficEstimatorSandbox
http://www.google.com/sktool
http://www.google.com/trends
http://www.google.com/products
http://www.google.com/webhp?complete
http://labs.google.com/sets
http://truehits.net/trend/
http://directory.truehits.net/keyword.php
http://freekeywords.wordtracker.com
http://www.goodkeywords.com/
http://www.seomoz.org/popular-searches
http://www.downloadzite.com/keyword/index.htm
http://www.gotlinks.com/seo-tools/keyword-optimizer.php

แหล่งที่ช่วยให้คุณหา Keyword เพิ่มเติม (บางแหล่งฟรีบางแหล่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเมื่อผ่านช่วงทดลองใช้)

http://www.keyworddiscovery.com
http://www.spyfu.com/
http://www.seomoz.org/keyword-difficulty/
http://www.ispionage.com
http://www.searchengineguide.com/wordstream.php
http://www.hittail.com
http://thesaurus.com
http://www.wordstream.com/home2?idev_id=174
http://www.keywordcontroller.net
http://www.keycompete.com
http://www.submitshop.com/keywords/topkeywords.html
http://www.gorank.com/seotools/ontology/
http://www.webmaster-toolkit.com/keyword-research-tool.shtml
http://inventory.overture.com
http://tools.seobook.com/general/keyword/
http://www.selfseo.com/keyword_suggestion_tool.php

ขั้นที่ 3 วิเคราะห์คู่แข่งและความยากง่ายในการทำ SEO กับ keyword ที่เลือกในข้อ 2
การวิเคราะห์คู่แข่ง
การวิเคราะห์คู่แข่งใน keyword ที่เราเลือกมา อย่างง่ายก็ควรจะลองค้นหาใน Google ว่ามีปริมาณคู่แข่งมากหรือไม่
จากนั้นจะต้องค่อย ๆ สะกดรอยดูอย่างละเอียดอ่อน ตั้งแต่ดู Onpage เช่น การใส่ Title , Description, density ,Pagerank, PageSpeed เป็นต้น รวมไปถึงดู Offpage ว่ามี Index ,Backlink มากหรือไม่

วิเคราะห์ความยากง่ายในการทำ SEO กับ keyword ที่เลือก
เมื่อเลือก keyword แล้วเราสามารถคำนวณได้ด้วยว่าโอกาสที่เราทำ SEO กับ Keyword นั้น ๆ มีมากหรือน้อย ค่านี้เรียกว่า Keyword Effectiveness Index  หรือเรียกย่อ ๆ ว่าค่า KEI คำนวณได้ด้วยสูตรดังนี้

KEI = (จำนวนคนค้นหาต้อเดือนยกกำลัง 2) / (จำนวนผลลัพธ์ของการค้นหา)

ค่า ที่ได้จะคล้ายกับค่า Richter scale  ที่ใช้วัดแรงสั่นสะเทือนของการเกิดแผ่นดินไหว จากพลังงานที่แผ่นดินไหวปล่อยออกมา นั่นคือจะมีค่าอยู่ในช่วง 0-10

วิธีคำนวณอย่างง่าย : ไปที่

https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal

จากนั้นใส่คำค้นและเลือก Location และภาษา ใส่คำค้น และกดค้นหา (ในที่นี้ผมใส่คำว่า car loans )

Keyword research for bloging

ซึ่งเราจะเห็นการค้นหารายเดือนทั้งในท้องถิ่นและทั่วโลก และบาง keyword ก็จะมีการแข่งขันสูงมาก

SEO keyword blogger How to

ถ้าคุณต้องการเก็บผลลัพธ์เอาไว้ก็สามารถ Export ออกมาเป็นไฟล์ .CSV ที่สามารถเปิดดูและปรับแต่งได้ใน MS Excel ได้

ในขั้นต่อมาสมมติผมสนใจ keyword:  refinance car loans

ทำ blog วิธีสร้าง blog

ผมก็ลองใช้คำค้นนี้ไปค้นใน Google.com โดยเข้าผ่าน IP อันใดอันหนึ่งต่อไปนี้

http://74.125.153.132
http://74.125.153.139
http://64.233.169.104
http://64.233.181.103

และค้นหาคำว่า refinance car loans และได้ผลการค้นหา 743,000 ซึ่งถือว่ามีคู่แข่งไม่มากนัก

สอนทำบล็อก สอน blogspot

ลองมาคำนวณ KEI ดูก็จะได้

KEI = (6,600)^2 / (743,000) = 58.63

ค่า KEI  58.63 นี้ยังไม่ใช่ค่าที่สามารถใช้อ้างอิงได้ทั้งหมด ใช้ได้เพียงการเปรียบเทียบระหว่าง Keyword ที่ใกล้เคียงกันเท่านั้นและยังไม่ใช่ค่าจริง แต่การที่นำไปใช้จริงเรายังต้องใช้ปัจจัยเรื่อง ค่า CPC ,Backlinks ,Pagerank ในการคำนวณด้วย และสูตรการคำนวณค่อนข้างซับซ้อน บางครั้งถ้าเราอยากทราบก็จะต้องหาเครื่องมือช่วย เช่นใช้บริการของ

wordtracker.com ซึ่งมีทั้งฟรีและต้องเสียเงิน หรือที่
https://adwords.google.com/select/TrafficEstimatorSandbox เป็นต้น

อีกหนึ่งตัวอย่างเกี่ยวกับการพิจารณาค่า KEI ที่ยกมาจาก keyworddiscovery.com
พิจารณาตารางวิเคราะห์ผลลัพธ์

KEI CPC keyword SEO

จากรูปจะเห็นว่า keyword คำว่า  sydney hotel มีผลลัพธ์ในการค้นหา 365,000 ผลลัพธ์ใน Google  และมีจำนวนคนค้นหา 237 ครั้งต่อเดือน ซึ่งคำนวณออกมาเป็นค่า KEI  เท่ากับ 1.16

ในขณะที่keyword คำว่า  rydges hotel sydney มีผลลัพธ์ในการค้นหา 648 ผลลัพธ์ใน Google  และมีจำนวนคนค้นหา 23 ครั้งต่อเดือน แต่คำนวณออกมาเป็นค่า KEI  ไดมากถึง 5.42

คำถามคือคุณจะเลือกคำใดไปเป็น keyword ?
ผมคงตอบแทนคุณไม่ได้ บางคนจะเลือก sydney hotel เพราะได้ Traffic มากกว่า และบางคนอาจจะเลือก  rydges hotel sydney เพราะโอกาสติดหน้าหนึ่งสูงมาก เนื่องจากไม่มีคู่แข่ง แต่สำหรับผม ๆ จะใช้ทั้งสองคำเลยครับ เพราะเป็นคำที่สัมพันธ์และส่งเสริมกันได้ และผมก็จะใช้ช่วงโหว่ของ Keyword Proximity (การยอมให้มีคำคั่นระหว่าง Keyword ได้) ของ Google ให้คำเหล่านี้ผสมเป็น keyword ที่ตรงกับการค้นหาทั้งสองคำนี้ด้วย

แล้วคุณควรจะใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าควรเลือกคำไหน?
1. ดูคู่แข่งว่ามากไหม เก่งหรือไม่ สู้ได้หรือไม่
2. ดูความคุ้มค่าเช่นถ้าเป็น PPC ก็ดูค่า CPC หรือถ้าพูดกันตรง ๆ ราคาคลิกสูงหรือไม่
3. ดูความสามารถประสบการณ์ของเราเอง ทรัพยากรที่เรามี ว่าพอสู้กับคู่แข่งได้หรือไม่

ขั้นที่ 4 เลือก keyword ที่เป็น Niche keyword ที่สุด
Niche keyword หมายถึง keyword ที่มีคู่แข่งน้อยและไม่แข็งแกร่งมาก มีปริมาณการค้นหาต่อเดือนจริง มีแนวโน้มการค้นหาค่อนข้างสูง และมีราคาสูง Niche keyword ไม่ได้หากันง่าย ๆ ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส โดยถ้า keyword ที่เราสนใจในขั้นที่ 2 และ 3 มีความยากเกินไปเราก็ทำให้ keyword นั้น ๆ มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นโดยอาจจะใช้ทฤษฎี Long Tail มาผสมผสาน

ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ
ในไทย keyword คำว่าเกมส์ มีปริมาณการค้นหาต่อเดือนที่สูงมาก และการแข่งขันก็สูงมากเช่นกัน ถ้าเราตามดูการทำ OnPage และ Offpage ของ 10 อันดับในหน้าหนึ่ง จะพบว่าแต่ละแห่งก็มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำ SEO ทั้งสิ้น

ทำ keyword วิธีหา niche keyword

สมมติว่าเราก็อยากเขียนบล็อกเรื่องเกมส์เหมือนกัน คำถามที่ตามมาคือเราจะสู้คู่แข่งที่เชี่ยวชาญและแข่งขันอย่างสูงขนาดนี้ได้ อย่างไร  การสร้าง Niche keyword โดยใช้ Long Tail Keyword จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งทำได้ง่าย ๆ โดยเลือก keyword ให้เจาะจงมากขึ้น เช่น แทนที่เราจะใช้คำว่าเกมส์เป็น keyword ในการทำบล็อก เราก็เปลี่ยนเป็นใช้คำว่า เกมส์แต่งตัว เกมส์ทำครัว เกมส์แจกฟรี เป็นต้น

สอนทำ SEO สอนหา keyword

ซึ่งถ้าดูหลาย ๆ ปัจจัย (ใช้เครื่องมือในข้อ 2.2 หรือ Software อื่น ๆ ) แล้วมีการค้นด้วยคำค้นนี้จริง  คำว่า เกมส์แจกฟรี ก็ถือว่าเป็น Niche keyword และสมควรเลือกมาโปรโมทเว็บไซต์หรือบล็อกที่จะสร้างต่อไป

ขั้นที่ 5 ทำซ้ำขั้นที่ 2-4 ให้ได้ปริมาณของ keyword เพิ่มมากขึ้น และควรเลือกที่เป็น Niche keyword ยิ่งดีเพราะง่ายต่อการโปรโมท
วิธีสร้าง keyword เพิ่มอย่างง่าย คุณอาจจะเข้าไปที่

http://www.google.com/webhp?complete

เสร็จแล้วลองพิมพ์ keyword ลงไปในช่องค้นหาก็จะพบคำค้นที่เกี่ยวข้องวึ่งสามารถนำมาสร้างเป็น Keyword ได้

สร้างบล็อกกับบล็อกเกอร์ แต่ง blog เขียน blog

หรืออาจจะใช้วงล้อมหัศจรรย์ของ Google ก็ได้

วิธีสร้างบล็อก วิธีทำบล็อก วิธีแต่ง blog

และอีกแห่งที่สามารถค้นหาชุด keyword ที่สัมพันธ์กับ keyword แรกคือ

http://labs.google.com/

สอนสร้าง blogger blogspot

ขั้นที่ 6 โปรโมทเว็บไซต์และบล็อกตามแนวทาง keyword ที่ได้สร้างเอาไว้ โดยการนำ keyword เหล่านั้นมาดำเนินการดังนี้

6.1 เขียนTitle, Description โดยใช้การผสมผสานระหว่าง keyword หลาย ๆ คำที่ได้จากขั้นที่ 1-5 อย่างปราณีตที่สุดเท่าที่จะทำได้

6.2 ปรับ Onpage ส่วนต่าง ๆ ให้หนาแน่ไปด้วย keyword  เช่น ในส่วน Heading, เนื้อหา,Navigation ,Sidebar link ,Footer Link, , tag, Anchor text ซึ่งที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ควรใช้ keyword หรือสร้างให้เป็นข้อความที่สัมพันธ์กับ keyword ทั้งสิ้น

6.3 เขียนเนื้อหามาสนับสนุน keyword แต่ละคำอย่างสม่ำเสมอ

6.4 การ Submit Directory ,การ Submit Bookmark หรือ Pligg ก็ควรใช้ Keyword ในการสร้าง Title และ tag

6.5 แตก keyword แต่ละคำไปสร้างเป็น Linkwheel (เท่าที่พอจะทำได้)

6.6 ในการสร้าง backlink ให้สร้างเป็นแบบ Anchor text ด้วย keyword ที่ต้องการโปรโมททุกครั้ง

ขั้นที่ 7 ทบทวนว่าการ ทำ SEO กับ keyword ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่?
การทำ SEO นั้นจะต้องมีการ Monitor หรือเฝ้าสังเกตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณอาจจะใช้บริการของ Google Analytic เพิ่อวิเคราะห์คำค้นที่เข้ามายังเว็บไซต์ หรือบล็อกของคุณ และทำการพัฒนา keyword ที่ใช้ในส่วนต่าง ๆ ในข้อ 6 ที่ได้กล่าวไปแล้ว

และตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่า keyword ที่คุณเลือกใช้มีแนวโน้มการค้นหา เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ ถ้ามีแนวโน้มของการค้นหาต่อเดือนลดลงคุณก็ควรจะโปรโมท keyword คำอื่น ๆ แทนเพื่อรักษา Traffic เอาไว้

สำหรับแนวทางการ Keyword research ผมขอนำเสนอเพียงเท่านี้ก่อน ส่วนเทคนิคการหา keyword ที่เป็นรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ ถ้ามีโอกาสก็จะได้นำมาเล่าต่อไปในบทความต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็หวังว่าข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับ blogger หลาย ๆ ท่านครับ สวัสดีครับ